กาบัดดี้ สหพันธ์ อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ ปากีสถาน และศรีลังกาก่อตั้ง

กาบัดดี้

สมัครเล่นแห่งเอเชีย ( A.A.K.F. ) ขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1978 แต่ กาบัดดี้ เพิ่งจะถูกบรรจุให้จัดการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี ค.ศ.1990 โดยครั้งแรกนั้นมี 6 ชาติส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันคือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย บังคลาเทศ

รวมถึงปากีสถาน และเนปาล แต่เนื่องจากเป็นกีฬา กาบัดดี้ ใหม่คนจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนกระทั่งในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น กีฬากาบัดดี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก เนื่องจากดูแล้วสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ

และยังได้รับการสนับสนุน จากสหพันธ์ กาบัดดี้ สมัครเล่นแห่งเอเชีย (A.A.K.F.), สมาคมกาบัดดี้ ญี่ปุ่น (J.A.K.A.) และสหพันธ์โอลิมปิกแห่งเอเชีย (I.O.A.) จนได้มีการจัดแข่งขัน กาบัดดี้ ประเภทชายตลอดในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่ง 5 ครั้งที่ผ่านมา

ประเทศอินเดียคว้าเหรียญทอง กาบัดดี้ มาครองได้ทั้งหมด

ขณะที่ประเภทหญิงเพิ่งถูกบรรจุ ให้มีการแข่งขันครั้งแรกในปี 2010 ที่กวางโจวเกมส์ ซึ่งทีมชาติไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน และได้เข้าชิงเหรียญทองกับอินเดียด้วย และกีฬากาบัดดี้ยังถูกบรรจุในการแข่งขันมหกรรมกีฬาของเอเชียอื่น ๆ ด้วย เช่น เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ เอเชี่ยนบีชเกมส์

รวมทั้งยังมีการจัดแข่งขัน กาบัดดี้ เวิล์ดคัพ ทุก 3 ปีครั้ง เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 ปัจจุบัน กีฬากาบัดดี้เริ่มแพร่หลายไปยังทวีปยุโรปมากขึ้น โดยพบว่า ในประเทศรัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ก็นิยมเล่นกาบัดดี้ เช่นเดียวกับประเทศในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

กาบัดดี้ ถือเป็นกีฬาที่เล่นง่าย สนุกสนาน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย แรกเริ่มกีฬากาบัดดี้ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อฝึกความคล่องแคล่วว่องไว ในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม นักกีฬากาบัดดี้จะได้ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ ความฉลาดและไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทั้งขณะที่เป็นฝ่ายรุก และตั้งรับ รวมทั้งยังได้ฝึกพลังปอด อวัยวะภายใน เนื่องจากขณะออกเสียง

สรุป “ กาบัดดี้ ” หัวใจ ปอด อวัยวะภายในจะได้ทำงาน ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง

รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะมีแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ครึ่ง แข่งขันครึ่งละ 20 นาที พักครึ่งไม่เกิน 5 นาที ผู้เล่นจะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายละ 7 คนแต่ละฝ่ายจะผลัดกันเป็นฝ่ายรุก และฝ่ายรับ หากเป็นฝ่ายรุก ผู้เล่น 1 คนของฝ่ายรุกจะต้องเดินไปยังฝั่งตรงข้าม

ส่วนฝ่ายรับ 7 คน กาบัดดี้ จะต้องยืนจับมือเรียงกันเป็นแถวไว้ คอยต้อนไม่ให้คนรุกกลับเข้าไปในแดนของตัวเอง หรือสามารถแตะเส้นกลางสนามได้ กาบัดดี้ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 9 ที่ประเทศอินเดีย เป็นเจ้าภาพ ก่อนจะบรรจุไว้ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่ประเทศจีน เป็นครั้งแรก

จนถึงปัจจุบันในวิธีของการเล่น กาบัดดี้ ผู้เล่นต้องเปล่งเสียงร้องว่า “กาบัดดี้” ตลอดทั้งลมหายใจเดียว วิ่งเข้าไปในพื้นที่คู่ต่อสู้เพื่อสัมผัสตัว ก่อนจะวิ่งกลับมาแตะเส้นกลางฝั่งของตนเอง โดยไม่ถูกจับหรือล็อกตัวไว้ ก็จะได้คะแนน แต่หากลูกล็อกตัวไว้ก็จะเสียแต้ม โดยทั้ง 2 ฝั่งจะสลับกันเป็นฝ่ายรุกจนจบการแข่งขัน กีฬากาบัดดี้มีความสนุกและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *