บาสเกตบอล กับวิธีการเล่น การเล่นบาสเกตบอล ทักษะขั้นพื้นฐาน

      ถึงแม้ว่าในกฎจะไม่มีการกำหนดตำแหน่งใด ๆ ของผู้เล่น แต่เรื่องนี้มีวิวัฒนาการจนเป็นส่วน 1 ของ บาสเกตบอล ในช่วง 50 ปี แรกของเกม จะใช้ การ์ดสองคน ฟอร์เวิร์ดสองคน และเซ็นเตอร์ 1 คนในการเล่น ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษปี 1980 เป็นต้นมา มีการแบ่งชัดเจนขึ้นเป็น พอยท์การ์ด ชู้ต ติ้งการ์ด สมอลฟอร์เวิร์ด เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ด และ เซ็น เตอร์ ในบางครั้งทีมอาจเลือกใช้ การ์ดสามคน แทนฟอร์เวิร์ดหรือเซ็ตเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งเรียกเป็นทางการว่า three guard offense

การเล่นตั้งรับ มีหลักการแตกต่างกัน 2 รูปแบบ คือ ตั้งรับแบบ (zone defense) และ แบบแมนทูแมน (man-to-man defense) การตั้งรับแบบโซน ผู้เล่นจะยืนคุมผู้เล่นฝ่ายบุกที่อยู่ในโซนที่ตัวเองรับผิดชอบ ส่วนแบบ man-to-man defense นั้น ผู้เล่นฝ่ายรับแต่ละคนจะยืนคุมและป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่โค้ชวางแผน การเล่นเอาไว้ ส่วนโครงสร้างของการตั้งรับ กับ การบุก และตำแหน่งการเล่น ถูกเน้นในการเล่นบาสเกตบอลระดับสูง และเป็นสิ่งที่โค้ชจะขอเวลานอกเพื่อคุยกับลูกทีม

การชู้ต บาสเกตบอล อีกเรื่องที่สำคัญ ความรู้เบื้องต้น

      บาสเกตบอ เรื่องสำคัญกับการชู้ตเพื่อทำคะแนนนั้น วิธีการจะแตกต่างกันไปขึ้นกับผู้เล่นและสถานการณ์ ที่จะอธิบายต่อไปนี้เป็นพื้นฐานที่ใช้กันมากที่สุด ในการชู้ตที่เห็นๆกันบ่อยสุด ได้แก่ (set shot) และ (jump shot) เซ็ตช็อตคือการชู้ตขณะที่ทั้งสองเท้ายังอยู่ติดพื้น ใช้ในการชู้ตฟรีโทรว์ ส่วน จัมพ์ช็อต คือการชู้ตขณะที่กำลังกระโดดโดยปล่อยลูกขณะที่ตัวอยู่ตำแหน่งลอยตัวออกจากพื้นสูงสุด การชู้ตวิธีนี้ให้กำลังมากกว่าและชู้ตได้ไกล อีกทั้งสามารถกระโดดลอยตัวเหนือผู้เล่นที่ยืนตั้งรับได้ด้วย ผู้เล่นที่ชู้ตเก่งนอกจากจะมีสัมผัส การทรงตัว ความกล้า และการฝึกฝนที่ดีแล้ว ยังต้องรู้จักเลือกโอกาสการชู้ตอีกด้วย ผู้เล่นระดับแนวหน้ามักชู้ตในระยะนี้ไม่พลาดเมื่อไม่มีผู้เล่นอื่นมาประกบตัว ง่ายๆกับการชู้ตทำคะแนน

บาสเกตบอล กับ 3 ท่าพื้นฐานในการทำคะแนน ที่มือใหม่ต้องฝึกฝนและนำไปใช้ได้จริง

      สำหรับท่าพื้นฐานในการเล่น บาสเกตบอล สำหรับนักเล่นมือใหม่ วันนี้แอดมินได้รวมทริกเล็กๆจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ด้วยกัน ด้วยตัวผู้เล่นต้องฝึกท่าทางเหล่านี้ให้คล่อง เพราะนี่คือท่าพื้นฐานที่ต้องใช้ตลอดเวลาในการลงสนาม ก็จะมีดังนี้

1. (Dribbling) การเลี้ยงลูก การเลี้ยงลูก ถือว่าเป็นทักษะขั้นแรกที่นักบาสต้องเรียนรู้ก่อน จะบอกว่าเป็นสกิลติดตัวที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้เลย เพราะบนสนามบาส เราไม่สามารถอุ้มลูกและวิ่งออกไปเฉย ๆ ได้ นักบาสจึงมีแต่ต้องวิ่งไปพร้อม ๆ กับการเลี้ยงลูกเท่านั้น การเลี้ยงลูกจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ที่นักบาสจะพาตัวเองไปยังจุดที่ต้องการแล้วทำคะแนน

2. (Shooting) การชู๊ต ไม่ต่างจากการเลี้ยงลูก การชู๊ต เป็นทักษะที่สามารถฝึกได้โดยตัวเอง แต่ถ้าคุณมีปัญหาอย่างพวก ฟอร์มการชู๊ตไม่ดี การมีคนคอยช่วยดูอยู่ข้าง ๆ ก็อาจจะดีกว่าเยอะเลย

3. (Passing) การส่งลูก ในทั้งสามท่าพื้นฐานนี้ การส่งลูก ถือว่ามีความท้าทายที่สุด เพราะเป็นทักษะที่ต้องอาศัยทั้งพลังกายและไหวพริบ ต้องรู้ใจเพื่อนร่วมทีม วิเคราะห์สถานการณ์ได้ดี แถมยังต้องส่งให้ทันจังหวะดี ๆ ภายใต้ความกดดันอีกด้วย ถือว่าเป็นท่าพื้นฐาน ที่ขนาดผู้เล่นมือโปรบางคน ก็ยังไม่โปรในสกิลการส่งลูกเลย

     จบไปแล้วกับทริกเล็กๆกับ 3 ท่าพื้นฐานการเล่น บาสเกตบอล ที่นักบาสทุกคนเรียนรู้ ถ้าอยากเล่นบาสให้เก่ง ก็ต้องฝึกฝนจนท่าเหล่านี้ชำนาญให้ได้

ต้นกำเนิดกีฬา บาสเกตบอล และประวัติของกีฬาชนิดนี้

                ความพิเศษอย่างหนึ่งของ บาสเกตบอล บอลคือมันถูกคิดค้นโดยชายคนหนึ่ง ต่างจากกีฬาส่วนใหญ่ที่มีวิวัฒนาการมาจากที่อื่น ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2434 ดร.เจมส์ ไนสมิท ครูพละชาวอเมริกัน เกิดที่แคนาดา และดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกของวิทยาลัย YMCA ในสปริงฟิลด์ (ปัจจุบันคือวิทยาลัยสปริงฟิลด์)

แมสซาชูเซตส์กำลังมองหาการออกกำลังกายในร่มในนิวอิงแลนด์ที่จะทำให้คุณกระปรี้กระเปร่าในฤดูหนาว และว่ากันว่าหลังจากพิจารณากิจกรรมที่เข้มข้นน้อยกว่าและเป็นมิตรกับยิม เขาจดกฎพื้นฐานและตรึงตะกร้าลูกพีชไว้ที่โรงยิม ผนังที่เหนือกว่า

เกมแรกอย่างเป็นทางการที่โรงยิม YMCA ในเดือนหน้าคือวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2435 มีผู้เล่นเก้าคนที่เข้าร่วมในขณะนั้น สนามที่ใช้มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของสนาม NBA ปัจจุบัน นักเรียนคนหนึ่งเสนอชื่อบาสเก็ตบอล เป็นชื่อที่โด่งดังตั้งแต่เริ่มแรก เกมดังกล่าวแพร่กระจายไปยัง YMCA อื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา ไม่นานมา

นี้ออกอากาศทั่วประเทศ บาสเกตบอล แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือแม้ว่า YMCA เดิมจะเป็นผู้พัฒนาและผู้จัดพิมพ์เกมก็ตาม ภายในสิบปี สมาคมไม่สนับสนุนกีฬาชนิดนี้อีกต่อไป เพราะฉากที่รุนแรงและผู้ชมที่ไม่สุภาพ สมาคมกีฬาสมัครเล่น วิทยาลัย และทีมอาชีพอื่นๆ เข้ามาแทนที่

วิธีการเล่น บาสเกตบอล และกฎกติการการเล่น แบบสากลในการเล่น

บาสเกตบอลเกมแบ่งออกเป็นสี่ควอเตอร์ (ควอเตอร์) ละ 10 นาที (ระหว่างประเทศ) หรือ 12 นาที (NBA) ต่อครั้ง พักครึ่ง 15 นาที พัก 2 นาทีสำหรับคนอื่นๆ และต่อเวลา 5 นาที จะเปลี่ยนข้างในตอนเริ่มต้นและจะเพียงแค่เดินไปรอบ ๆ เกมในช่วงครึ่งหลัง และนาฬิกาจะหยุดเดินเมื่อเกมหยุด

เช่น เมื่อเกิดการฟาล์ว หรือระหว่างการยิงลูกโทษ เป็นต้น ดังนั้นเวลาทั้งหมดที่ใช้ในเกมจึงมักจะนานกว่ามาก (ประมาณสองชั่วโมง) ในช่วงเวลาใดก็ตาม จะมีผู้เล่นห้าคนอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของสนาม แต่ละทีมมีผู้เล่นสำรองสูงสุดเจ็ดคน เปลี่ยนตัวได้ไม่จำกัดเฉพาะเมื่อเกมหยุด

ทีมงานยังมีโค้ชที่ดูแลทีมและพัฒนากลยุทธ์เกม รวมถึงผู้ช่วยโค้ช ผู้จัดการทีม นักสถิติ แพทย์ และผู้ฝึกสอน ชุดกีฬาทีมชายและหญิงมาตรฐาน ได้แก่ กางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามที่มีหมายเลขผู้เล่นชัดเจนที่ด้านหน้าและด้านหลัง รองเท้าเป็นรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อเท้าและอาจมีชื่อทีม

ชื่อนักกีฬา บาสเกตบอล และผู้สนับสนุนปรากฏบนเครื่องแต่งกาย แต่ละทีมมีช่วงเวลานอกที่แน่นอนสำหรับโค้ชและผู้เล่นเพื่อหารือ โดยปกติไม่เกินหนึ่งนาที เว้นแต่คุณต้องการโฆษณาในระหว่างการถ่ายทอดสดว่าเกมถูกควบคุมโดยผู้ตัดสินและหัวหน้าผู้ตัดสินในสนาม ผู้ตัดสินที่โต๊ะผู้ตัดสินมีหน้าที่บันทึกคะแนน ควบคุมเวลา และบันทึกจำนวนการฟาล์วของผู้เล่นและจำนวนการฟาล์วของทีม ดูลูกศรการจัดการการเปลี่ยนแปลงเวลา ตามการหยุดเวลา

อุปกรณ์การในการเล่น บาสเกตบอล ที่ได้มาตราฐานสากลในการใช้เล่นกีฬา

บาสเกตบอล อุปกรณ์เดียวที่จำเป็นสำหรับบาสเก็ตบอลคือลูกบอลและที่มีห่วงทั้งสองด้าน แต่ในเกมต้องเพิ่มอุปกรณ์อื่นๆ เช่น นาฬิกา แผ่นบันทึก ป้ายบอกคะแนน ลูกศรแอคชั่น ระบบหยุดนาฬิกาด้วยเสียงนกหวีด ฯลฯ

บาสเก็ตบอลน้ำหนักประมาณ 1 ปอนด์ 5 ออนซ์ (600 กรัม) ลูกบาสเก็ตบอลหญิงมีเส้นรอบวงประมาณ 29 นิ้ว (73 ซม.) และหนักประมาณ 1 ปอนด์ 3 ออนซ์ (540 กรัม)

สนาม บาสเกตบอล ขนาดมาตรฐานสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติคือ 28 x 15 เมตร (ประมาณ 84 x 50 ฟุต) ในขณะที่ NBA มีขนาด 87 x 50 ฟุต (29 x 15 เมตร) และสนามส่วนใหญ่ทำจากไม้

เปตอง เปิดประวัติ กีฬาชนิดนี้ มีความเป็นมาอย่างไร เรามีข้อมูลมาฝากกัน

      เปตอง เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เรารู้จักกันดี และชื่นชอบกันแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกีฬานี้ได้แพร่หลายเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย จากการถูกเลือกให้เป็นกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้พิจารณาเห็นว่ากิจกรรม เปตอง เป็นกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ที่ส่งเสริมความสามัคคีและลดความเครียดจากภารกิจ หน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี

และทำให้กีฬาชนิดนี้ได้รับความชื่นชอบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น เราจึงมีประวัติและกฏกติกาการเล่นมาฝากกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น เปตอง เป็นกีฬากลางแจ้งประเภท 1 ซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ประวัติที่แน่นอนนั้นไม่มีการบันทึกไว้ แต่มีหลักฐานจากการเล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า เกมกีฬานี้ได้เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ 2518 โดยการริเริ่มของ นายจันทร์ โพยหาญ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก และนำเข้ามาเผยแพร่ให้คนได้รู้จักอย่างเป็นทางการคนแรก

แต่ขณะนั้นยังขาดอุปกรณ์การเล่น เปตอง หรือ ลูกบูล จึงได้ปรึกษาและชักชวนนายดนัย ตรีทัศนาถาวร และนายชัยรัตน์ คำนวณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในขณะนั้น เป็นผู้ลงทุนสั่งลูก เปตอง เข้ามาจำหน่ายและเผยแพร่ในประเทศไทยนั้นเอง

กติกา เปตอง มีวิธีการเล่นอย่างไร?

1. เปตอง เป็นกีฬาที่เล่นได้กับสนามที่ค่อนข้างง่าย ยกเว้นพื้นปูกับพื้นไม้ และมีหญ้าขึ้นสูง โดยมีคณะกรรมการจัดการแข่งขันหรือผู้ตัดสินเป็นผู้กำหนดผู้เล่นทุกทีมต้องเล่นในสนามที่กำหนดให้สำหรับการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับชาติต้องมีขนาดกว้าง 3.50 เมตร และยาว 13 เมตร เป็นอย่างน้อย แต่มีขนาดมาตรฐานจริงๆ คือ 4 เมตร ยาว 15 เมตร หนึ่งเกมกำหนดให้ใช้ 13 แต้ม สำหรับการแข่งขันในรอบแรกและรอบต่อ ๆ ไป จะใช้เพียง 11 คะแนนก็ได้ สำหรับชิงชนะเลิศในระดับนานาชาติให้ใช้สิบห้าแต้ม

2. ผู้เล่นทุกคน ต้องลงสู่สนามแข่งขันตามเวลาที่กำหนด ให้ทำการเสี่ยงว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายโยนลูกเป้า ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นฝ่ายชนะในการเสี่ยงเป็นผู้โยนลูกเป้า เมื่อโยนแล้ว เลือกจุดเริ่มต้น แล้วให้เขียนวงกลมบนพื้นมีขนาดพอที่เท้าทั้งสองข้างเข้าไปยืนอยู่ได้ เส้นผ่าศูนย์กลาง ระหว่าง 0.35-0.50 เมตร วงกลมนั้นจะต้องห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นสนามไม่น้อยกว่า 1 เมตร สำหรับการแข่งขันในสภาพสนามที่ไม่มีขอบเขตของสนาม ให้เขียนวงกลมห่างจากวงกลมของสนามอื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร

3. ผู้ที่เตรียมเล่นจะต้องอยู่ภายในวงกลมห้ามเหยียบเส้นรอบวง ห้ามยกเท้าพ้นพื้น และห้ามออกจากวงกลมก่อนที่ลูก เปตอง จะตกลงพื้นส่วนอื่นร่างกายจะถูกพื้นนอกวงกลมไม่ได้เว้นแต่คนขาพิการ ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้วางเท้าข้างเดียวในวงกลมได้ ส่วนนักกีฬาพิการที่ต้องนั่งรถเข็นให้ขีดวงกลมรอบล้อรถเข็นได้ และที่วางเท้าของรถเข็นต้องให้อยู่สูงเหนือขอบวงกลม ง่ายๆเท่านี้เอง

เปตอง ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถือว่าดีต้องมีกฎเกณฑ์ ดังนี้

มีระยะห่างระหว่างขอบวงกลมด้านใกล้ที่สุดถึงลูกเป้า

  • ไม่น้อยกว่า 4 เมตร และไม่เกิน 8 เมตร สำหรับเด็กเล็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี)
  • ไม่น้อยกว่า 5 เมตร และไม่เกิน 9 เมตร สำหรับเด็กเล็ก (อายุไม่เกิน 13-14 ปี) ไม่น้อยกว่า 6 เมตร
  • และไม่เกิน 10 เมตร สำหรับเยาวชน (อายุไม่เกิน 15-17 ปี)
  • ไม่น้อยกว่า 6 เมตร และไม่เกิน 10 เมตร สำหรับผู้ใหญ่ (ไม่จำกัดอายุ)
  • วงกลมต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นเขตสนาม หรือเส้นฟาล์วไม่น้อยกว่า 1 เมตร
  • ตำแหน่งลูกเป้าต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นเขตสนามไม่น้อยกว่า 1 เมตร

ลูกเป้าจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ขณะยืนตัวตรงอยู่ในวงกลม (ถ้ามีการโต้แย้งในกรณีนี้ให้ผู้ตัดสินเป็นผู้ชี้ขาด)

ประวัติของ กีฬากอล์ฟ  ที่มาของการเล่นกีฬานี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

                กีฬากอล์ฟ มีมานานแล้ว แต่หาหลักฐานของต้นกำเนิดดั้งเดิมของกอล์ฟ ใครเป็นคนเริ่มละครเรื่องนี้ ยังหาหลักฐานหนักแน่นไม่ได้ ในหลายประเทศจะมีภาพวาดหรืองานศิลปะที่คล้ายกับการเล่นกอล์ฟ แต่ยังไม่พบข้อสรุปหรือความชัดเจนเกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ

กีฬากอล์ฟ  ย้อนหลังไปถึงสมัยโรมันเมื่อกว่าสองพันปีที่แล้ว มีหลักฐานของภาพเขียนและปูนปั้น ชาวโรมันเล่นเกมตีลูกกลมด้วยไม้โค้ง โดยเรียกเกมนี้ว่า “ปากานิกา” ในศตวรรษที่ 13 ฮอลแลนด์ นอกจากนี้ยังมีกีฬาประเภทกอล์ฟที่เรียกว่า “KOLF” ที่เป็นที่นิยมของกะลาสีเรืออีกด้วย

ลูกกอล์ฟ “Feathery” ผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 16 และส่งไปยังสกอตแลนด์ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นหลักฐานที่แน่ชัดว่ากอล์ฟมีต้นกำเนิดในประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย แม้แต่ประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็ยังพบภาพวาดโบราณเกี่ยวกับโสเภณีชั้นสูงของญี่ปุ่น การเล่นโครเก้ใช้ไม้ศอกตีลูกกลมๆ คล้ายลูกกอล์ฟ ไม่นานมานี้ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549

กีฬากอล์ฟ  ไม่ได้มีแต่ในยุโรบ ยังมีต้นกำเนิดที่ ประเทศจีนอิกด้วย

หลักฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ กีฬากอล์ฟ  ก็ปรากฏขึ้น มันถูกค้นพบโดยศาสตราจารย์หลิงหงหลิงจากมหาวิทยาลัยหลานโจว แน่นอนว่ามีกีฬาชนิดหนึ่งในประเทศจีนที่คล้ายกับกอล์ฟในตอนนี้ ห้าร้อยปีก่อนที่มีการกล่าวถึงกอล์ฟในสกอตแลนด์ บันทึกของราชวงศ์ซ่งกล่าวถึงเกมที่หวานชื่น และภาพวาด

เกมนี้ใช้ไม้สิบชนิด ซึ่งรวมถึงไม้กอล์ฟที่มีลักษณะคล้ายไม้กอล์ฟสำหรับนักแข่ง ไม้กอล์ฟระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ไม้ทุกชนิดประดับด้วยหยกและทอง เชื่อกันว่านี่คือกีฬาของคนรวย ศาสตราจารย์หลิงเชื่อว่ากอล์ฟถูกนำเข้ามาที่ยุโรป และต่อมาก็สกอตแลนด์โดยนักเดินทางชาวมองโกลในยุคกลางตอนปลาย

นี่เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่น่าสนใจมาก แต่สกอตแลนด์เป็นแหล่งกำเนิดของกอล์ฟ เพราะชาวสกอตเล่นกอล์ฟมาเป็นเวลานานและมีเอกสารหลักฐานชัดเจน เช่น ในปี ค.ศ. 1457 พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทรงออกกฎหมายห้าม “ใครเล่นกอล์ฟอีกต่อไป” เพราะชาวสก็อตมักเล่นกอล์ฟจนไม่มีเวลาซ้อม

นี้จะเป็นอันตรายต่อประเทศ แต่ในที่สุดกฎหมายต้องถูกยกเลิก เพราะขุนนางและแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็แอบเล่นกอล์ฟในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 4 หรือราว 50 ปีหลังจากที่กอล์ฟถูกห้ามโดยกฎหมายหรือสมเด็จพระราชินีแมรีแห่งสก็อตต์ ธิดาของกษัตริย์เจมส์ที่ 5 ตีกอล์ฟและให้นักเรียนนายร้อยเล่นกอล์ฟ

หลักฐานการถือถุงกอล์ฟ นี่อาจเป็นคำดั้งเดิมที่ใช้ในภายหลังเพื่ออ้างถึงผู้ให้บริการถุงกอล์ฟ แคดดี้ เนื่องจากวันนี้สนามกอล์ฟที่ลีธเป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกในสกอตแลนด์ ด้วยรูปแบบการเล่นมาตรฐานอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้มี 5 หลุม และในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 สนามกอล์ฟหลายแห่งได้เกิดขึ้น เช่น St Andrews, Perth, Montrose, Donohue, Banff, North Inch และ Aberdeen สนามกอล์ฟ Royal Blackheath เป็นแห่งแรกในประเภทนี้

วิธีการเล่น กีฬากอล์ฟ  และสาเหตุในการทำให้ กอล์ฟ กลายเป้นกีฬา

กีฬากอล์ฟ  กอล์ฟในอังกฤษและสกอตแลนด์เริ่มอิ่มตัวและมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ความสนใจในการเล่นกอล์ฟลดลง การพัฒนายุติลงในปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 แต่หลังจากที่กอล์ฟกล่อมทางการเมืองกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเนื่องจากมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาในทศวรรษ 1850

อีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมการเข้าสู่เมืองอาณานิคมของอังกฤษจึงเป็นที่นิยมมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่วงการกอล์ฟในอเมริกา เนื่องจากอุปกรณ์เกมมิ่งมีราคาถูกกว่า มีอุตสาหกรรมการผลิตไม้กอล์ฟและลูกกอล์ฟ อีกทั้งการเดินทางสะดวกกว่าไม่ว่าจะโดยรถไฟหรือทางเรือ ตั้งแต่นั้นมา

กีฬากอล์ฟ  ก็เติบโตและได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง มีนักกอล์ฟหลายร้อยล้านคนทั่วโลก มีการสร้างสนามกอล์ฟมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักกอล์ฟ เช่นเดียวกับอาชีพนักกอล์ฟอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับนักกอล์ฟเองจนตกเป็นเป้าของนักกอล์ฟหน้าใหม่หลายคนที่พยายามจะยืนหยัดในเวลานั้น

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมกอล์ฟยังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีเงินมากมายหมุนเวียนในโลกของกอล์ฟ นอกจากนี้ กอล์ฟยังเป็นกีฬาที่ท้าทายมาก ทางกายและทางใจ จนเรียกได้ว่าเป็น กีฬากอล์ฟ

ปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส และประวัติ ข้อมูล ประเภทกีฬา

       ปิงปอง เป็นกีฬาสันทนาการอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเล่นสร้างความสนุกสนานกันแบบหมู่คณะ ขณะเดียวกันก็เป็นกีฬาที่มีความท้าทายที่ผู้เล่นต้องต้องอาศัยความไว และไหวพริบของร่างกายในการรับ-ส่งลูก ซึ่งความท้าทายนี้จึงทำให้กีฬาประเภทนี้ได้รับความชื่นชอบในระดับทั่วโลก กระทั่งถูกบรรจุในการแข่งขันระดับโลกนั้นเอง

และสำหรับประวัติกีฬา ปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิสในประเทศไทยนั้น ทราบเพียงว่า คนไทยรู้จักคุ้นเคย และเล่นกีฬาที่คนไทยชอบเรียกติดปากว่า ปิงปอง มากกว่า เทนนิส โดยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า มีการนำกีฬาชนิดนี้เข้ามาเล่นในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด และใครเป็นผู้นำเข้ามา แต่ปรากฏว่ามีการเรียนการสอนมานานกว่า 29 ปี โดยในปี พ.ศ. 2500 ประเทศไทยได้มีการจัดตั้งสมาคมเทเบิลเทนนิสสมัครเล่นแห่งประเทศ และมีการแข่งขันของสถาบันต่างๆ รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานแห่งประเทศไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สรุป ปิงปอง ที่ผ่านอะไรมามากมาย กว่าจะมาฮิตกันถึงทุกวันนี้

      เมื่อในปี ค.ศ. 1900 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของไม้ตีและหันมาใช้ไม้ปิงปองติดยางเม็ดแทน ที่มีความติดขิงลูกปิงปองมากว่าหนังสัตว์และ ด้วยการอนุรักษ์ของสัตว์ ดังนั้นวิธีการเล่นแบบรุก โดยใช้ท่า หน้ามือ (โฟแฮน) และ หลังมือ (แบล็คแฮน) เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และยังคงชอบการจับแบบไม้แบบยุโรป ดังนั้นจึงถือว่าการเล่นในแบบของยุโรปใช้เป็นแบบหลักของ ปิงปองอย่างแท้จริงตลอดมา

ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 ได้มีบริษัทที่เห็นความสำคัญของกีฬาประเภทนี้ ที่เป็นบริษทใหญ่ในเรื่องการค้าเครื่องกีฬา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า “PINGPONG” ด้วยเหตุนี้ ปิงปอง จึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น (TABLE TENNIS) และในปี ค.ศ. 1926ได้มีการประชุมก่อตั้งสหพันธ์กีฬาเทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) ขึ้นที่กรุงลอนดอนในเดือนธันวาคม

พร้อมกับมีการจัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสแห่งแรกในโลกครั้งที่ 1 ขึ้นมา เป็นครั้งแรก จากนั้นในปี ค.ศ. 1950 เป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้หันมาสนใจกีฬาเทเบิลเทนนิสมากขึ้นและค่อยๆเข้ามาในเริ่มเล่นกันประเทศไทยนั้นเอง

วิธีการเล่นง่ายๆกับ ปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส ที่ทุกคนรู้จักกันดี

1.การส่งลูกที่ถูกต้อง ลูกจะต้องอยู่ที่ฝ่ามือแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ สูงไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร

2.การรับลูกที่ถูกต้อง เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสถูกตีข้ามตาข่ายมากระทบแดนของตนครั้งเดียว ต้องตีกลับให้ข้ามตาข่าย หรืออ้อมตาข่ายกลับไป ลูกที่ให้ส่งใหม่ คือ ลูกเสิร์ฟติดตาข่าย แล้วข้ามไปตกแดนคู่ต่อสู้หรือเหตุอื่นที่ผู้ตัดสินเห็นว่าจะต้องเสิร์ฟใหม่

3.การแข่งขันมี 2 ประเภท คือ ประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ การนับคะแนน ถ้าผู้เล่นทำผิดกติกา จะเสียคะแนน

4. ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ทำคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากันจะต้องเล่นต่อไป โดยฝ่ายใดทำคะแนนได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ

5.การแข่งขันประเภททีมมี 2 แบบ คือ

– SWAYTHLING CUP มีผู้เล่นครั้งละ 3 คน

– CORBILLON CUP มีผู้เล่นครั้งละ 2 – 4 คน

กีฬา ฟุตบอล เกิดขึ้นจากที่ไหน และมีวิธีการเล่นอย่างไรบ่าง

                ฟุตบอล หรือที่เรียกว่า “SOCCER” โดยชาวอังกฤษ เป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมอย่างมาก ฟุตบอลที่แพร่หลายมากที่สุดและแพร่หลายที่สุดในโลก ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 ในอังกฤษ และยังคงมีการค้นพบเอกสารเกี่ยวกับต้นกำเนิด กฎ กฎเกณฑ์ และสถาบันต่างๆ แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็มีหลักฐานว่า ฟุตบอล อาจเกิดขึ้นในประเทศจีนก่อน ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์ว่าราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนเล่นเกมที่เรียกว่า “ซึ ชู” (Tsu Chu) หมายถึง เตะ และ Chu หมายถึง บอล ทหารจีนเล่น Tsu Chu ด้วยประตูที่ทำจากไม้ไผ่และตาข่าย เราขอสนับสนุนให้ ผู้เล่นที่ดีที่สุด (อาจจะคล้ายกับทีมกองทัพคอมมิวนิสต์ในปัจจุบัน) และบางครั้งผู้แพ้ก็ถูกลงโทษด้วย (เช่นผู้จัดการทีมฟุตบอลอังกฤษในปัจจุบัน) และชาวญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เล่นเกมเช่นกัน เกมนี้มีชื่อว่า “เกมมารี” (เคมาริ) ได้รับความนิยมตั้งแต่ ก่อนคริสตกาล และพัฒนาในศตวรรษที่ 17 ชาวญี่ปุ่นกำหนดขอบเขตและมุม เส้นเขตแดนตามธรรมชาติคือสนามที่มีต้นสน เชอร์รี่ เมเปิล และต้นวิลโลว์ อย่างไรก็ตาม ตามหลักฐานของกรีกโบราณและโรมันโบราณ

ความนิยมในการเล่น ฟุตบอล ในการกลายเป็นกีฬายอดนิยมในปัจจุบัน

การแข่งขัน ฟุตบอล ในกรีซเกมนี้มีชื่อว่า Episkyros และชาวโรมันเรียกว่าเกม ” (Harpastum) เป้าหมายหรือเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามแล้วเตะบอลไปยังจุดที่ต้องการ จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังหมู่บ้าน ของปรือ เหล่หรือขว้างคำว่า hapatam หมายถึง ขว้างไปข้างหน้า. ชาวโรมันแก้ไข Hapassum เพื่อกำหนดกฎใหม่สำหรับเกม ใช้ขาเตะบอลเท่านั้น มือใช้โยนบอล ชาวเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี กล่าวว่า Calcio ได้รับความนิยมตั้งแต่บรรพบุรุษใน Piazza della Groce ในศตวรรษที่ 16 โดยมีผู้เล่น 27 คนในแต่ละด้าน แต่ละทีมสวมเครื่องแบบ ชุดท้องถิ่นหรือชุดชนบท นั่นคือ ชุดเรเนซองส์ วันนี้เขายังมีรายการนี้ให้ชมสำหรับนักท่องเที่ยว ต่อมาชาวโรมันนำเกมมาที่อังกฤษ และอังกฤษก็ปรับปรุงวิธีการเล่นของพวกเขา เทคนิคของเกมตลอดจนกฎปัจจุบัน เกม ฟุตบอล ในตอนแรกกลายเป็นเกมเท้าดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ การแข่งขันฟุตบอลได้ส่งต่อไปยังเท้าของพวกเขา การเล่นด้วยกันในช่วงแรก ๆ การเล่นเป็นกลุ่มเป็นที่นิยมสำหรับคนทั่วไปเท่านั้น ผู้เล่นประตูไม่ จำกัด จำนวนเกมที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง เกมนี้กลายเป็นงานเฉลิมฉลองในพิธีของอังกฤษ เช่น Shrovetide ซึ่งมักเล่นที่ Ashbourne ใน Derbyshtre ใช้ประตูทางเข้าโบสถ์ และประตูสู่ Ash Brownie Hall ก็เป็นประตูสู่ทุกปาร์ตี้ เกมดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากและแพร่กระจายไปยังชนบท และกลายเป็นประเพณีนิยมไปเล่นตามจังหวัดต่าง ๆ

กติการการเล่น ฟุตบอล แบบสมัยเก่า ที่เคยให้ใช้งานเล่นแบบไม่มีในปัจจุบัน

มีการออกกฎระเบียบในพื้นที่ จำกัดจำนวนผู้เล่นข้างละ 11 คน โดยมีผู้เล่นด้านหน้า 9 คน และผู้รักษาประตู 2 คน ผู้รักษาประตูใช้เท้าเล่นเหมือน 9 คนแรกจนหมด เหลือผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวและได้รับอนุญาตให้เล่นในปี พ.ศ. 2423 ในปีพ.ศ. 2400 สโมสร ฟุตบอล แห่งแรกได้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเชนิลด์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2406 สโมสรฟุตบอล 11 แห่งได้พบกันที่ลอนดอน และสมาคมฟุตบอลแห่งลอนดอนได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ ฟุตบอล ต้องเล่นตามกฎและข้อบังคับของสมาคมฟุตบอล ในสหรัฐอเมริกาฟุตบอลเป็นที่นิยมน้อยกว่าอเมริกันฟุตบอล จนกว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกที่อังกฤษจะจัดขึ้นและผู้ชนะคือทีมอังกฤษ นี่คือสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ ฟุตบอล กลายเป็นที่นิยมในอเมริกาและการกำเนิดของสโมสรฟุตบอล ทีมฟุตบอลระดับชาติที่มีชื่อเสียงหลายทีมถูกนำตัวไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้การเล่นและดูฟุตบอลเป็นที่นิยมมากขึ้น

ฟุตบอล หรือ ซอกเกอร์ ที่หลายๆคนไม่เคยรู้ประวิติกันมาก่อน

       ฟุตบอล ประเทภฟุตบอล หรือ ในภาษาทางการเรียก ซอกเกอร์ เป็นกีฬาประเภททีมที่เล่นระหว่างสองทีม โดยแต่ละทีมจะแบ่งผู้เล่นจำนวนฝั่งละ 11 คน โดยใช้ลูกบอลที่ดีมีมาตรฐานอย่างแพร่หลายว่าเป็นกีฬาที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดในโลก โดยจะเล่นในสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือ สนามหญ้าเทียม โดยมีประตูอยู่กึ่งกลางที่ปลายสนามทั้งสองฝั่ง

เป้าหมายหลักๆ ก็คือ การทำคะแนน โดยพาลูกฟุตบอลให้เข้าไปยังประตูของฝ่ายตรงข้าม ในการเล่นทั่วไปผู้รักษาประตูจะเป็นผู้เล่นเพียง 1 คนที่สามารถ ใช้มือหรือแขนรับลูกฟุตบอลได้ ส่วนผู้เล่นอื่นๆจะใช้เท้าในการเตะลูกฟุตบอลไปยังตำแหน่งที่ต้องการ บางครั้งอาจใช้ลำตัว ศีรษะ เพื่อสกัดลูกฟุตบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นเอง

ฟุตบอล ผู้เล่นและ อุปกรณ์ พร้อม กรรมการ ครบ

       หลักๆในแต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นสูงสุดเพียง 11 คน ที่สามารถลงเล่นในสนาม โดยสามารถ มีผู้เล่นสำรองสามารถนั่งเพื่อรอเปลี่ยนตัว โดยใน 11 คนนั้นจะต้องมี ผู้รักษาประตู 1 คน ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะมีกติกา เพิ่มว่าจะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 7 คน (ในกรณีที่ผู้เล่นโดนใบแดง) เพื่อทำการแข่งขันได้ โดยผู้เล่นทุกคนยกเว้นผู้รักษาประตู ไม่สามารถใช้มือหรือแขนสัมผัสลูกฟุตบอลได้

อุปกรณ์หลักในการเล่นฟุตบอล โดยลูกฟุตบอลจะต้องมีขนาดที่ได้มาตรฐานเป็นทรงรี มีขนาดเส้นรอบวงไม่เกิน 27-28 นิ้ว และน้ำหนัก 396 – 452 กรัม ผู้เล่นต้องมีการใส่ชุดที่ประกอบไปด้วย เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และสนับแข้ง โดยต้องไม่ใส่เครื่อง ประดับที่อาจเป็นอันตรายได้ไม่ว่า ปืนหรือมีด และผู้รักษาประตูต้องใส่ชุดที่แตกต่างจากผู้เล่นผู้อื่น และแตกต่างจากกรรมการเช่นกัน

ฟุตบอล สนามฟุตบอล ที่ได้มีมาตรฐาน ใช้กันทั่วโลก จะใช้อยู่กันตามขนาดนี้

      สนามฟุตบอลและขนาดมาตรฐาน ในการเกม ฟุตบอล กฎและกติกาฟุตบอลสากลที่กำหนดโดยคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยสมาคมฟุตบอล สมาคมฟุตบอลเวลส์ สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ และสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ แต่เราคัดหลักๆมาให้เข้าใจแบบง่ายๆ

  • สนามฟุตบอล ด้วยมาตรฐานเป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ความกว้างต่ำสุดอบู่ที่ 50 หลา สูงสุด 100 หลา ความยาวต่ำสุด 100 หลา สูงสุด 130 หลา
  • เครื่องหมายในสนาม เกิดจากเส้นต่าง ๆ โดยในแต่ละเส้นจะมีความกว้างไม่เกิน 5 นิ้ว ทำเป็นสัญลักษณ์ในสนาม
  • เส้นเขตสนาม ที่อยู่ตรงรอบเขตในสนาม ส่วนที่สั้นเรียก เส้นประตู ส่วนที่ยาวเรียก เส้นข้าง เส้นแบ่งเขตแดน แบ่งสนามตามขวางเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน
  • จุดกึ่งกลางสนาม อยู่กึ่งกลางเส้นแบ่งเขตแดน มีวงกลมรัศมี สิบหลา ล้อมรอบจุดไว้ เส้นประตู เชื่อมระหว่างโคนเสาประตูทั้ง 2 ฝั่ง
  • เขตประตู คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งฉากกับเส้นประตู เข้าหาสนามยาว หกหลา แล้วเชื่อมด้วยเส้นตรง

       เขตโทษ คือพื้นที่ที่เกิดจากการลากเส้นจากเสาประตูทั้ง 2 ฝั่งขนานกับเส้นประตู ออกจากประตูยาว 16.5 เมตร แล้วลากเส้นตั้งฉากกับเส้นประตู เข้าหาสนามยาว 16.5 เมตร แล้วเชื่อมด้วยเส้นตรง จุดโทษ อยู่ในเขตโทษ ห่างจากเสาประตู 12 หลา มีการเขียนส่วนโค้งนอกเขตโทษ รัศมีห่างจากจุดโทษ 10 หลา ประตู มีสีขาว ระยะห่างระหว่างเสาประตู 8 หลา คานสูงจากพื้น 8 ฟุต มีการติดตาข่ายรองรับลูก มุมธง อยู่ทั้ง 4 มุมของสนาม รัศมี 1 หลา เสาธง เป็นจุดศูนย์กลางของมุมธง ไว้แสดงเขตในการเตะมุม สูงไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ยอดไม่แหลม ผูกธงไว้ที่ยอด หลักๆ กีฬา ฟุตบอล ประเทศนี้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วหาก นี้คือเนื้อหาและเกร็ดความรู้เพิ่มเติมให้ท่านได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ ด้วยมีแหล่งข้อมูลอ้างอิงมาจากของจริงที่ได้รวบรวมไว้หมดแล้ว